ค้นหา
  • admin

รีวิวชั้นธุรกิจ 'สิงคโปร์แอร์ไลน์' A330 จากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์ พร้อมแวะเลาจน์เตอร์กิชแอร์ไลน์


วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ ชั้นธุรกิจ เส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ บนเครื่องแบบแอร์บัส A330-300 ซึ่งเป็นชั้นธุรกิจแบบเก่า และกำลังเริ่มทยอยปลดประจำการ ดังนั้นก่อนที่เครื่องรุ่นนี้จะหายไปจากฝูงบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์ เรามาชมที่นั่ง รวมถึงการบริการต่างๆ บนเครื่องกันก่อนดีกว่า


สิงคโปร์แอร์ไลน์ใช้เคาท์เตอร์เช็คอินแถว K ซึ่งติดๆ กันกับเช็คอินโซนชั้นประหยัดของการบินไทย สามารถเข้าทางประตูทางเข้า 4 หรือ 5


ชั้นธุรกิจ สมาชิกบัตรทอง Star Alliance และ PPS Club สามารถเช็คอินได้ 2 ช่องขวาสุด


รับบอร์ดดิ้งพาส พร้อมกับบัตร Fast Track แบบใหม่ (เปลี่ยนบ่อยมาก)


ตามคำเรียกร้องของแฟนเพจ หลังจากผมผ่านเข้ามาในโซน Concourse D ผมก็มาที่เลาจน์ของ Turkish Airlines เลาจน์ของสายการบินในกลุ่ม Star Alliance ที่เปิดใหม่ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ เดือนนี้ เลาจน์นี้ตั้งอยู่ใกล้กับเกท D8 อยู่ติดกับเลาจน์ของ China Airlines ตรงข้ามกับเลาจน์ของ JAL


ด้าหน้ามีป้ายต้อนรับผู้โดยสาร Star Alliance บัตรทองทุกสายการบิน (ตามรูป)


บรรยากาศภายในของเลาจน์ TK ตกแต่งเรียบหรู โทนสีสบายตา


โซนบุฟเฟ่ต์อาหารร้อน ที่มีให้เลือกเพียง 2-3 อย่าง ทั้งหมดเป็นอาหารแบบตะวันออกกลาง


โซนฮัมมัส ตัวเลือกไม่ค่อยมาก เพราะผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการยังไม่ค่อยเยอะ


โซนเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้ง ชา กาแฟ มีกาแฟตุรกีให้บริการด้วย


ด้วยความผิดหวังตัวเลือกอาหารที่น้อยมากในเลาจน์ของ TK ผมจึงตัดสินใจเดินกลับออกมาข้างนอก แล้วเดินไปที่ Silver Kris Lounge ของสิงคโปร์แอร์ไลน์เช่นเดิม มีสาว Singapore Girl ถือป้ายต้อนรับ


Silver Kris Lounge ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ต้อนรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจของสายการบินในกลุ่ม Star Alliance ทุกสายการบิน รวมทั้งบัตรทอง Star Alliance ด้วย ดังนั้นถ้าใครไม่แฮปปี้กับเลาจน์ของการบินไทย ก็สามารถมาใช้เลาจน์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ได้ แต่ว่าเลาจน์นี้เปิดบริการถึงแค่สามทุ่ม หลังจากไฟลท์สุดท้ายของสิงคโปร์แอร์ไลน์เทคออฟ เลาจน์ที่ยังเปิดดึกคือ EVA Air ตรง Concourse F


พอไปเลาจน์ของ TK แล้วมาเห็นโซนอาหารร้อนของ Silver Kris Lounge บอกได้เลยว่าแตกต่างกันมาก ผมว่าที่นี่คือเลาจน์ Star Alliance ที่มีอาหารให้เลือกเยอะที่สุดในสุวรรณภูมิ เยอะกว่าเลาจน์การบินไทย และอร่อยกว่าด้วย มีอาหารร้อนให้เลือกมากกว่า 6 อย่าง มีสเต๊ะ ติ่มซำ ลากซา ขนมหวาน ชา-กาแฟสด และไอศกรีมฮาเกนดาส อิ่มประมาณบุฟเฟ่ต์โรงแรมเลยทีเดียว


มุมของหวานที่นี่ก็มีของหวานแบบไทยให้เลือกเยอะ ทั้งลูกชุบ วุ้นกะทิ หรือเค้กช็อกโกแลตสไตล์ตะวันตก ทำเอาเลาจน์การบินไทยอายไปเลย


อีก 40 นาทีก่อนเครื่องออก เราก็เดินเข้าเกท ซึ่งอยู่ตรงข้ามเลาจน์นี่เอง

ไฟลท์วันนี้ SQ 977 ออกเวลา 15:40 ตรงเวลา


SQ จัดระเบียบการขึ้นเครื่องได้ดี (จริงๆ พนักงานภาคพื้นคือพนักงานของการบินไทย)


ที่นั่งชั้นธุรกิจบน A330-300 จัดวางแบบ 2-2-2 พื้นที่ว่างระหว่างที่นั่งประมาณ 60 นิ้ว


ผู้โดยสารที่นั่งติดหน้าต่างจะต้องเดินข้ามผู้โดยสารริมทางเดิน แต่ว่าพอตอนปรับที่นั่งแบบราบที่สุด ตัวเบาะจะราบลงมาต่ำลงกว่าปกติ จึงไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับการเดินข้าม โดยเฉพาะไฟลท์ข้ามคืน


จอทีวีใหญ่สะใจ แต่เนื่องจากเป็นรุ่นเก่า ภาพไม่ค่อยคมชัดแบบ HD แต่อัตราส่วนภาพอยู่ที่ 16:9


ถัดลงมาเป็นช่องเก็บของ 2 ช่อง เอื้อมถึงง่าย ล็อกได้ เหมาะสำหรับใส่กระเป๋าตังค์ มือถือ เพาเวอร์แบงค์ ข้างๆ กันมีช่องใส่ขวดน้ำให้ด้วย


รีโมตจะอยู่ตรงที่วางแขนด้านซ้าย (หรือขวา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่นั่ง)


ด้านหลังเป็นคีย์บอร์ด และปุ่มสำหรับเล่นเกม แต่ก่อนฟังค์ชั่นส่งอีเมล และข้อความหากันกับที่นั่งอื่นค่อนข้างได้รับความนิยม แต่เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มี Wifi บนเครื่อง คีย์บอร์ดรีโมตก็หมดความจำเป็น ซึ่งเราจะเห็นในเครื่องรุ่นเก่าๆ เท่านั้น


บริเวณที่วางแขนตรงกลางก็มีช่องสำหรับวางแก้วน้ำอีกหนึ่งจุด


คู่มือความปลอดภัยสำหรับ A330-300


นิตยสาร SilverKris ฉบับเดือนมีนาคม หน้าปกชายหาดศรีลังกา จุดหมายใหม่สำหรับคนรักทะเล


หน้าปกเมนูอาหารชั้นธุรกิจ ปีกว่ามาแล้วยังไม่เปลี่ยน


เมนูอาหารจากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์วันนี้


เรียกน้ำย่อย: ส้มตำไทยใส่แครอท


จานหลัก มีให้เลือก 3 อย่าง:

- อกไก่อบ กับใส้กรอกแอปริคอทผสมพิสตาชิโอ (สูตรภัตตาคารชื่อดังจากออสเตรเลีย)

- ข้าวกระเพาหมู

- อุด้งผัดกุ้ง


ของหวาน: ทาร์ทครีมอัลมอนต์ช็อกโกแลต


บริการผ้าร้อน ร้อนมาก ร้อนจริงๆ ต้องจับถือแบบนี้ 5-10 วินาที ก่อนเอามาเช็ดมือ


วิธีการเสริฟอาหารของ SQ จะเสริฟถาดพร้อมกับจานเรียกน้ำย่อย กับของหวานก่อน


ส้มตำทำออกมาสวยงามมาก แต่ลำบากคนกินที่ต้องมาคลุกก่อน (ปล. อาหารของ SQ จากกรุงเทพฯ ทำโดยครัวการบินไทย)


ทาร์ทช็อกโกแลตอัลมอนต์ มีแผ่นทองเล็กๆ แปะด้านบน พิถีพิถันทุกขั้นตอน สมกับเป็นครัวการบินไทย และสายการบิน 5 ดาวอย่าง SQ


พระเอกของเรามาแล้ว วันนี้ผมเลือกอกไก่อบกับไส้กรอกพิสตาชิโอ เมนู Signature ประจำเดือนของ SQ อร่อยมาก ไก่นุ่มกำลังดี มีรสชาติไก่หมักเครื่องเทศ ใส้กรอกก็อร่อย ผักเครื่องเคียงกรอบกำลังดี ไม่เละไม่นิ่มมาก 10/10


กินข้าวเสร็จ เรามาสำรวจปุ่มฟังค์ชั่นต่างๆ ของที่นั่ง อยู่บริเวณที่วางแขน เปิดฝาออกมาเป็นดังนี้ มีเมนูที่ตั้งค่าไว้ให้แล้ว 4 แบบ หรือจะเลือกปรับระดับเพิ่มเติมได้ตามชอบ


ไฟสำหรับอ่านหนังสืออยู่บริเวณด้านบน กดลงมาแบบนี้ เก๋ๆ


รับน้ำเปล่ามาดื่ม อีก 30 นาทีเครื่องลง ได้งีบประมาณ 20 นาที แต่ลืมถ่ายภาพตอนที่นั่งตอนเอนสุด ต้องขออภัยทุกท่าน ที่นั่งรุ่นนี้เวลาเอนสุด ๆ จะเอียงๆ ไม่ราบ 180 องศาซะทีเดียว


สำหรับที่นั่งรุ่นนี้อาจจะไม่รู้สึกเป็นส่วนตัวมาก เมื่อเทียบกับที่นั่งรุ่นใหม่บนโบอิ้ง 787-10 แต่สำหรับผมแล้วถือว่านั่งสบาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารเที่ยวบินในภูมิภาค ระยะเวลาไม่เกิน 5-6 ชั่วโมง อีกไม่เกิน 2-3 ปีที่นั่งรุ่นนี้ก็จะไม่มีให้บริการในฝูงบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์แล้ว เพราะสายการบินจะปลดประจำการ A330-300 ทั้งหมด แทนที่ด้วย B787-10 และ A350-900


#FlySQ #SingaporeAirlines #SIA #SQ #StarAlliance #BusinessClass #Review #AirlineReview #DaMike #DaMikeCo #รีวิว #ชั้นธุรกิจ #รีวิวสายการบิน #สิงคโปร์แอร์ไลน์ #บินกับไมค์

0 ความคิดเห็น
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram