ค้นหา
  • admin

รีวิวชั้นธุรกิจ เส้นทาง 'สิงคโปร์-กรุงเทพฯ' และเลาจ์อาคาร 2 สิงคโปร์แอร์ไลน์


ที่นั่งชั้นธุรกิจ โบอิ้ง 787-10 สิงคโปร์แอร์ไลน์

วันนี้ผมขอนำเสนอรีวิวบริการชั้นธุรกิจของสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินสิงคโปร์-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ตั้งแต่เช็คอิน ไปจนถึงขึ้นเครื่อง บริการจากสนามบินฮับของสิงคโปร์แอร์ไลน์จะมีอะไรพิเศษบ้าง ไปชมกัน


เที่ยวบินภายในอาเซียนทั้งหมดจะอยู่ที่อาคาร T2 ของสนามบินชางฮี ผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาส และชั้นธุรกิจสามารถเช็คอินและโหลดกระเป๋าได้ที่เคาท์เตอร์แถว 1


สำหรับผู้โดยสารเฟิร์สคลาส และสมาชิกบัตร PPS สามารถใช้บริการเจ้าหน้าที่ขนกระเป๋าได้


ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วครับ ผู้โดยสารพาสปอร์ตไทย ที่ทำการสแกนลายนิ้วมือตอนขาเข้ามาแล้ว สามารถใช้ช่องอัตโนมัติตอนขาออกได้ สะดวกสบายมากๆ ใช้เวลาจากตอนโหลดกระเป๋า มาถึงด้านในไม่เกิน 10 นาที


เราจะขึ้นไปใช้บริการเลาจน์ชั้นธุรกิจ Silver Kris ซึ่งอยู่ชั้นลอยของอาคาร T2


เลาจ์ที่ให้บริการในอาคาร T2 ทั้งหมด สายการบินที่เป็นสมาชิก Star Alliance จะใช้เลาจ์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ส่วนสายการบินอื่นๆ จะใช้เลาจน์ของ SATS ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ได้สัมปทานบริหารส่วนงานบริการในสนามบินชางฮี


ป้ายทางเข้าเลาจน์


บรรยากาศที่นั่งในเลาจ์ ผมว่าเลาจน์นี้ถ้ามีหน้าต่างเหมือนเลาจน์ SATS ที่มาเลเซียแอร์ไลน์ใช้จะช่วยให้บรรยากาศดูดีกว่านี้มาก ความรู้สึกเลาจน์ออกดูทึมๆ แต่ก็นั่งสบายอยู่ครับ


บุฟเฟ่ต์อาหารร้อน


มุมลากซา


ผลไม้ และแซนวิช


มุมเครื่องดื่ม


มีเบียร์ช้างสดด้วย


มุมกาแฟสด บริการตนเอง


ดูไปดูมา สุดท้ายได้โค้กซีโร่มาหนึ่งกระป๋อง เพราะกลางวันกินมาอิ่มมาก เลยไม่รู้จะกินอะไรในเลาจน์ดี คงรอไปกินมื้อเย็นบนเครื่องเลยทีเดียว


มุมหนังสือพิมพ์และนิตยสารทั้งในและต่างประเทศ


ได้เวลาไปขึ้นเครื่องละครับ เกทของเราวันนี้ F42 สุดตึกเลย รีบเดินกันหน่อยเพราะใกล้เวลาบอร์ดดิ้งแล้ว


ที่สนามบินชางฮี ถ้าเป็นอาคาร T1, T2 และ T3 จะใช้ระบบตรวจสัมภาระที่หน้าเกทเลย ไม่ต้องต่อคิวเช็คกระเป๋าที่ตรงส่วนกลางเหมือนสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง


เที่ยวบินของเราวันนี้ SQ 982 มีโค้ดแชร์กับแอร์นิวซีแลนด์ สวิส และเวอร์จิ้นออสเตรเลีย


วันนี้เรากลับกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องรุ่นโบอิ้ง 787-10 ดรีมไลเนอร์ลำใหม่


ที่นั่งของผมวันนี้ 14A ติดหน้าต่าง


ช่องเก็บของด้านข้าง มีเมนูมื้อเย็นมาให้พร้อม


มีที่แขวนเสื้อให้ด้านหน้าติดหน้าต่าง


ด้านข้างของเบาะทุกที่นั่งจะมีไฟเลขที่นั่งให้เห็นชัดเจน


หูฟังตัดเสียงรบกวนของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ใส่สบายหู


เมนูอาหารเย็นของเราวันนี้ มีให้เลือก 3 อย่าง


ผมเลือกเมนูอาหารไทย วันนี้เป็นห่อหมกไก่กับข้าวผัด จานเรียกน้ำย่อยเป็นสลัดทูน่า ของหวานเป็นช็อกโกแลตชีสเค้ก


ที่นั่งปรับได้ราบ 180 องศา เหยียดขาสบาย เหมือนนอนบนเตียงที่บ้าน


ที่นั่งเวลาอยู่ในโหมดปกติ


Mood-lighting ปรับไฟในห้องโดยสารให้ความรู้สึกเหมือนพระอาทิตย์กำลังตกดิน


สีท้องฟ้าจริงแบบเรียลไทม์ เข้ากันได้ดีกับสีในห้องโดยสารตอนนี้


ถึงกรุงเทพฯ ก่อนเวลาจรึงถึงเกือบครึ่งชั่วโมง เครื่องใหม่ซิ่งเร็ว (เวลาตามตารางคือ 19:00 แต่มาถึง 18:34) รับกระเป๋าที่สายพาน 12


โดยรวมแล้วชั้นธุรกิจของสิงคโปร์แอร์ไลน์ให้บริการได้อย่างน่าประทับใจ แต่สิ่งที่ผมมองว่าน่าจะปรับปรุงคือ:

1. พนักงานที่เคาท์เตอร์เช็คอินหน้าตาไม่ยิ้มแย้ม บริการดี แต่ไม่ค่อยเป็นมิตร อาจจะเป็นเพราะสไตล์คนสิงคโปร์ เรื่องนี้พนักงานไทยกินขาด

2. หน้าเกทไม่มีป้ายแสดงช่องทางการขึ้นเครื่องตามลำดับ Priority Boarding ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ บัตรทอง Star Alliance จะต้องขึ้นช่องไหน พนักงานจะต้องตะโกนบอก


ส่วนบริการในเลาจน์ และบนเครื่องผมให้ 10/10 เลาจน์ถึงจะดูมืดไปนิด แต่อาหารมีให้เลือกหลากหลาย เครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะ ที่นั่งก็มีเยอะ บริการบนเครื่องก็แทบไม่ต้องอธิบายอะไรให้มาก ขึ้นชื่อว่าสิงคโปร์แอร์ไลน์ บริการประทับใจตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นเครื่องจนถึงก้าวเท้าออก


หากสิงคโปร์แอร์ไลน์สามารถปรับปรุงการให้บริการของพนักงานภาคพื้น โดยเฉพาะพนักงานที่เคาท์เตอร์เช็คอิน กับพนักงานหน้าเกท รวมทั้งติดป้ายแสดงลำดับการขึ้นเครื่องให้ชัดเจนที่เกท ไฟลท์นี้จะเป็ไฟลท์ที่เพอร์เฟคที่สุด ดังนั้นผมจึงให้ไฟลท์ขาไป คือไฟลท์กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ ชนะคะแนนในครั้งนี้

0 ความคิดเห็น
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram