ค้นหา
  • admin

รีวิวบริการชั้นประหยัด 'คาเธ่ย์แปซิฟิก' จากซานฟรานซิสโก ไปฮ่องกง A350-900


เคาท์เตอร์คาเธ่ย์ที่สนามบินซานฟรานอยู่ที่อาคาร International แถว 9

เมื่อครั้งที่แล้วผมได้รีวิวชั้นประหยัดพรีเมียมของคาเธ่ย์แปซิฟิก จากฮ่องกงมาซานฟรานซิสโก รอบนี้เราบินชั้นประหยัดแบบปกติ จากซานฟรานไปฮ่องกง เรามาดูกันว่าบริการเที่ยวบินระยะไกลของคาเธ่ย์ฯ จะมีอะไรบ้าง


เคาท์เตอร์เช็คอินของคาเธ่ย์ฯ จะอยู่ที่แถว 9 อาคารผู้โดยสาร International ของสนามบินซานฟราน วันนี้ดูเหมือนผู้โดยสารจะไม่เยอะเท่าไร


ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้ว สำหรับผู้โดยสารสมาชิกบัตร Marco Polo Club ตั้งแต่บัตรเงินขึ้นไป จะได้ประทับตรา Priority เพื่อเข้าช่องทางพิเศษตรงจุดตรวจค้น TSA ไม่ต้องต่อคิวรอยาว


เมื่อผ่านจุดตรวจค้นแล้ว เราก็ไปที่เลาจน์กัน (เฉพาะผู้โดยสารชั้นธุรกิจ และผู้โดยสารสมาชิกบัตร Marco Polo Club ระดับ Silver ขึ้นไป และ Oneworld Sapphire กับ Emerald เท่านั้นถึงจะเข้าได้) ที่ตั้งของเลาจน์คาเธ่ย์ฯ ที่สนามบินซานฟรานจะอยู่บริเวณชั้น 4 โซน Concourse A ทางขึ้นจะอยู่บริเวณด้านซ้ายมือใกล้กับจุดตรวจค้น


ทางเข้าเลาจน์คาเธ่ยฯ ที่สนามบินซานฟราน


พื้นที่ภายในเลาจน์โอ่โถง มีโซนที่นั่ง 3 โซน ตรงนี้เป็นจุดรับประทานอาหาร


ที่นี่มีบริการ Noodle Bar เช่นเดียวกันกับหลายๆ เลาจน์คาเธ่ย์ทั่วโลก มีติ่มซำ บะหมี่เกี๊ยวร้อนๆ ให้บริการ


ความรู้สึกที่ได้กินบะหมี่เกี๊ยว เหมือนกับเราได้กลับบ้าน


เลาจน์คาเธ่ยฯ ที่สนามบินซานฟรานมีห้องอาบน้ำให้บริการ เหมาะมากๆ สำหรับใครที่บินเที่ยวบินในประเทศ 4-5 ชั่วโมง มาต่อไฟลท์ไปฮ่องกงแบบผม ได้อาบน้ำให้สดชื่น ผ่อนคลายก่อนขึ้นเครื่อง


ห้องน้ำโอ่โถง มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้พิการ และผู้ใช้วิลแชร์ด้วย


อีก 50 นาทีก่อนเครื่องออก เราก็เดินไปที่เกตกัน วันนี้เราได้เกต A4 ใกล้ๆ กับเลาจน์


เที่ยวบินของเราวันนี้ CX 851 ไปฮ่องกง


บรรยากาศห้องโดยสารชั้นประหยัดของ A350-900 จัดวางที่นั่งแบบ 3-3-3


วันนี้ผู้โดยสารประมาณ 50% ของทั้งลำ ผมจึงได้จับจองที่นั่งทั้งแถว บนเก้าอี้มีผ้าห่มและหมอนวางรอไว้


จอส่วนตัว สำหรับที่นั่ง Bulkhead หรือที่นั่งแถวแรกของเคบิน มาพร้อมช่องใส่ของด้านล่าง เหมาะสำหรับวางโทรศัพท์ เพราะด้านล่างของจอเป็นช่องชาร์จ USB


สำหรับที่นั่งแถวอื่นๆ จอส่วนตัวจะเป็นแบบนี้ ความละเอียดคมชัด ใช้งานง่าย


ระยะห่างระหว่างที่นั่ง 32 นิ้ว กำลังสบายๆ ผมสูง 185 ซม. ยังมีที่ว่างเหลือ


เมนูอาหารสำหรับชั้นประหยัด เป็นแบบแผ่นกระดาษใบเดียว เที่ยวบินนี้เสริฟอาหาร 2 มื้อ คือมื้อดึก เสริฟทันทีหลังจากเทคออฟ และมื้อเช้า ระหว่างมื้อมีบริการบะหมี่ถ้วย ขนมขบเคี้ยว และผลไม้ บริการตนเองบริเวณครัวด้านหลังเครื่อง


เที่ยวบินนี้ผมไม่ได้ถ่ายภาพมื้อดึก เนื่องจากผมเหนื่อยมาก (กินยาแก้แพ้ไปด้วย เพราะอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบ) รีบกิน รีบนอน และหลับยาวไปจนตื่นอีกทีเครื่องก็กำลังบินผ่านญี่ปุ่น (ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆ) ไฟลท์นี้ทำเวลาได้ดีมาก เวลาบินจริงแค่ 12 ชั่วโมงนิดๆ จากปกติต้องเกือบ 14 ชั่วโมง


ตอนนี้เครื่องกำลังบินผ่านโอกินาว่า (ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนถึงฮ่องกง) ลูกเรือก็เริ่มเปิดไฟรับอรุณ A350-900 ใช้ mood lighting แสงจะค่อยๆ สว่างเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นแบบธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกว่าเครื่องรุ่นเก่า ขณะที่ความกดอากาศภายในห้องโดยสารก็ถูกปรับให้อยู่ในระดับที่สบายกว่าเครื่องรุ่นเก่าเช่นกัน ผมรู้สึกได้เลยว่า A350 นั่งสบายกว่า B777 และ A330 จริงๆ


ระบบความบันเทิงของ A350 มาพร้อมกับช่องทีวีแบบสดๆ 3-4 ช่อง เช่น CNN, BBC World News


ในซองนี้คือหูฟัง ผมใช้หูฟังของตัวเอง เลยไม่ได้แกะออกมาดู


รับยามเช้าด้วยน้ำแอปเปิล


ตรงช่องด้านล่างของทีวีเปิดออกมาเป็นที่รองแก้ว และที่วางโทรศัพท์แบบนี้


ช่องวางโทรศัพท์ ลักษณะคล้ายๆ กับแท่นวาง สามารถวางไป เล่นโทรศัพท์ไปได้ในเวลาเดียวกัน


นิตยสาร Discovery ฉบับเดือนสิงหาคม 2019 นำเสนอภาพถ่ายสีสันการเดินทาง The Colour of Travel / คู่มือความปลอดภัย A350-900 / คู่มือการเชื่อมต่อ Wifi บนเครื่อง ราคา Wifi ของคาเธ่ย์ฯ ตลอดเที่ยวบินเพียง 19.95 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาท


หน้าตาถาดอาหารมื้อเช้า มื้อเช้ามีให้เลือก 2 อย่าง คือออมเล็ตใส้กรอก แบบเดียวกันกับที่ผมเลือกตอนเที่ยวบินขามา ดังนั้นขากลับผมจึงเลือกข้าวต้มปลาค็อต ใส่มาในถาดด้วยคือมัฟฟินกล้วยหอม ผลไม้สด และโยเกิร์ตบลูเบอรี่


หน้าตาข้าวต้มปลาค็อตน่ากินมากๆ และอร่อยด้วย มีขิงใส่มาให้นิดหน่อย ทำให้รสชาติกลมกล่อม ไม่ต้องปรุงอะไรเลย


หน้าตาถาดอาหารแบบเต็มๆ พร้อมกาแฟร้อน ผมบอกเลยว่าเมนูอาหารเช้าของคาเธ่ย์ฯ เที่ยวบินระยะไกลดีกว่าหลายๆ สายการบินที่ผมเคยใช้บริการมาก นอกจากปริมาณจะเยอะแล้ว อาหารก็หน้าตาน่ารับประทาน และมีช้อยส์ให้เลือก ต่างกับการบินไทยที่ผมเคยบินไปยุโรป มื้อเช้าเสริฟอย่างเดียวคือออมเล็ต เลือกก็เลือกไม่ได้ ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง


ลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานฮ่องกง


ถึงฮ่องกงเวลาประมาณ 04:45 เร็วกว่ากำหนดการเดิม (05:30) ถึง 45 นาที


หน้าจอ IFE แสดงข้อมูลเที่ยวบินสำหรับผู้โดยสารต่อเครื่อง เที่ยวบินไปกรุงเทพฯของผมยังไม่ขึ้นบนจอ


ลงมาถึงสนามบินฮ่องกง เดินไปที่ช่อง Transfer เพื่อเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ


บริการชั้นประหยัดเที่ยวบินระยะไกลของคาเธ่ย์ฯ สำหรับผมถือว่าดีมากๆ โดยเฉพาะถ้าเป็น A350 เพราะเป็นเครื่องลำใหม่ มาพร้อมระบบความบันเทิงรุ่นใหม่ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเครื่องดูดีกว่า และใหม่กว่า B777-300ER สำหรับเที่ยวบินไปทวีปอเมริกาเหนือจะมี A350 ให้บริการในเส้นทางฮ่องกงไป: ซานฟรานซิสโก, ซีแอทเทิล, นิวยอร์ก (EWR), วอชิงตันดีซี, และ แวนคูเวอร์ ส่วนเส้นทางอื่นๆ ให้บริการด้วย B777-300ER / เที่ยวบินยุโรปใช้ A350 บริการในเส้นทางจากฮ่องกงไปบาเซโลนา, บรัสเซล, ดับบลิน, อัมสเตอร์ดัม, และลอนดอน (LGW) สิ่งที่ชั้นประหยัดแตกต่างจากชั้นประหยัดพรีเมียม นอกจากขนาดความกว้างของที่นั่งแล้ว ก็คือ Amenities Kit แบบกระเป๋าในชั้นประหยัดไม่มีแจกให้ หากผู้โดยสารต้องการที่ปิดตา หรือแปรงสีฟัน,ยาสีฟัน สามารถขอกับลูกเรือได้ / จาน ชาม ที่ใช้ในถาดอาหารเป็นแบบพลาสติกทั้งหมดในชั้นประหยัด ที่เหลือก็คล้ายๆ กัน สำหรับผมถ้ามีโอกาสก็อยากได้อัพเกรตเป็นชั้นประหยัดพรีเมียมในเที่ยวบินระยะไกล โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ ผดส. เต็มลำ แต่ถ้าผู้โดยสารไม่เยอะมากเช่นเที่ยวบินนี้ก็นั่งชั้นประหยัดแบบธรรมดาๆ ก็สบายไม่ต่างกัน


#CathayPacific #CX #EconomyClass #Review #FlightReview #DaMike #DaMikeCo #รีวิว #รีวิวสายการบิน #บินกับไมค์ #คาเธ่ย์ #คาเธ่ย์แปซิฟิก #ชั้นประหยัด #ซานฟราน #ซานฟรานซิสโก

0 ความคิดเห็น
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram