ค้นหา
  • admin

รีวิวบริการชั้นธุรกิจ Cathay Pacific จากเซี่ยงไฮ้กลับกรุงเทพฯ


วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางจากเซี่ยงไฮ้กลับกรุงเทพฯ ในชั้นธุรกิจ กับ Cathay Pacific บนเครื่องรุ่นแอร์บัส A330-300 ที่ติดตั้งชั้นธุรกิจแบบใหม่


เริ่มต้นการเดินทางด้วยการมานั่งรถไฟความเร็วสูงแบบ Maglev จากสถานี Longshan Road มายังสนามบินนานาชาติผู่ตง ค่าบริการ 50 หยวน หรือประมาณ 250 บาท


ระหว่างที่เข้าคิวรอขึ้นรถไฟ รถ Maglev ให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน มีรถออกทุกๆ 10-15 นาที สะดวกมากๆ


ใครที่คิดว่าคนจีนมักง่าย ไม่เป็นระเบียบ ถ้ามีโอกาสต้องลองมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้บ้าง เพราะคนที่นี่มีระเบียบ เป็นมิตร เรียบร้อย เอาจริงๆ ผมว่าเหมือนกับอยู่ญี่ปุ่นมากๆ ทั้งเรื่องอาหารการกิน ระบบขนส่งมวลชน ความทันสมัยต่างๆ ถือเป็นอีกเมืองโปรดของผมเลย


รู้สึกได้ถึงความเร็วที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน


รอบนี้ทำความเร็วสูงสุดที่ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ออกมาจากสถานี Maglev สถานีสนามบินผู่ตง เดินตรงไปตามป้ายไปที่อาคารผู้โดยสาร สายการบินคาเธ่ย์ และการบินไทยใช้อาคาร T2


ผู่ตงมีอาคารผู้โดยสาร 2 อาคาร โดยสายการบิน China Eastern, China Southern และกลุ่ม Skyteam จะใช้อาคาร T1 ส่วน Oneworld และ Star Alliance จะใช้อาคาร T2 ยกเว้น Japan Airlines ที่ใช้อาคาร T1 ทั้งสองอาคารให้บริการเที่ยวบินทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ


บรรยากาศภายในอาคารผู้โดยสาร ส่วนโถงเช็คอิน โอ่โถง สบาย ป้ายต่างๆ สังเกตง่าย


เคาท์เตอร์เช็คอินของ Cathay Pacific อยู่ที่แถว D


แถวเช็คอินสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจ เคาท์เตอร์เช็คอินจะติดตั้งเครื่องสแกนกระเป๋าไว้ทุกจุด แทนที่จะรวมๆ กับไปสแกนจุดเดียว


ช่วงเย็นเที่ยวบินค่อนข้างมาก คิวตม. กับจุดตรวจความปลอดภัยค่อนข้างยาว แต่รวมๆ ก็ไม่แย่ ผ่านเข้ามายังพื้นที่รอขึ้นเครื่อง ก่อนอื่นเราจะไปใช้บริการเลาจน์ชั้นธุรกิจของคาเธ่ย์กันก่อน


ที่สนามบินผู่ตงป้ายบอกเลาจน์จะแทนที่ด้วยตัวเลข แทนชื่อของสายการบิน โดยตอนเช็คอินสายการบินจะแจ้งผู้โดยสารให้ทราบว่าเลาจน์เบอร์อะไร หรือเขียนบน Lounge Pass ไว้เลยว่าเลาจน์หมายเลขอะไร จากนั้นเราก็สังเกตตามป้ายว่าเลาจน์หมายเลขของเราอยู่ตรงไหน สังเกตไม่ยาก


คาเธ่ย์ใช้เลาจน์หมายเลข 68 (สายการบิน Oneworld ที่ใช้อาคาร T2 สามารถใช้เลาจน์นี้ได้) ส่วนอยู่ข้างๆ กันเป็น CIP Lounge ที่สามารถใช้บัตร Priority Pass ได้


เลาจน์ของคาเธ่ย์จะอยู่บริเวณชั้นลอย ลักษณะเป็นแบบหลังคาเปิด ขนาดเลาจน์ค่อนข้างใหญ่ มีเก้าอี้นั่งหลากหลายแบบ


มุมหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร


มุมเครื่องดื่ม และกาแฟ ที่นี่ไม่มีบาริสต้าเหมือนเลาจน์ที่ฮ่องกงและไทย


มุมอาหารของเลาจน์คาเธ่ย์ที่สนามบินผู่ตงมีจุดเดียว บริการตนเองทั้งหมด ยกเว้น Noodle Bar ซึ่งตอนนี้เหมือนเคาท์เตอร์ชั่วคราวที่เสริฟบะหมี่เกี๊ยวเท่านั้น คาดว่าหลังจากปิดปรับปรุงเสร็จน่าจะคล้ายๆ กับ The Deck ที่สนามบินฮ่องกง ซึ่งผมจะนำเสนอครั้งต่อไป


อีก 40 นาทีก่อนเวลาเครื่องออก เราก็เดินไปที่เกทกัน


ระหว่างทางเดินไปเกทก็มีร้านค้าปลอดภาษีและแบรนเนมต่างๆ เรียงราย


วันนี้เราขึ้นเครื่องที่เกท D63 ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ สมาชิกบัตร Marco Polo และ Oneworld ระดับ Emerald และ Sapphire เข้าแถวขึ้นเครื่องที่นี่


บรรยากาศของเคบินชั้นธุรกิจบน A330-300 แบบปรับปรุงใหม่ นำเครื่องรุ่นเดิมที่มีอยู่มาติดตั้งที่นั่งใหม่ทั้ง 3 ชั้น คือชั้นธุรกิจ ชั้นประหยัดพรีเมียม และชั้นประหยัด สำหรับใช้บริการในเที่ยวบินระยะไกลๆ อย่างออสเตรเลีย และตะวันออกกลางได้ด้วย (ยุโรป อเมริกา จะใช้ B777-300ER กับ A350 ซึ่งที่นั่งก็จะคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน)


มุมมองที่นั่งชั้นธุรกิจจากด้านข้าง


จอทีวี Full HD ขนาดใหญ่ มาพร้อมระบบสัมผัส


ด้านข้างของที่นั่งเป็นแผงควบคุมต่างๆ ได้แก่รีโมตทีวี ไฟแอลอีดีสำหรับอ่านหนังสือ ปุ่มควบคุมที่นั่ง และช่องชาร์จไฟ


Welcome Drink แชมเปญจ์ และผ้าร้อน


จากนั้นพนักงานแจกเมนูอาหารเย็น


อาหารเย็นวันนี้น่ากินทุกอย่าง ส่วนเครื่องดื่มในไฟลท์นี้ก็จัดเต็ม


เครื่องไต่ระดับได้ที่แล้ว พนักงานก็จัดโต๊ะ และเสริฟเมนูเรียกน้ำย่อยมาให้ทันที จานเรียกน้ำย่อยวันนี้คือสลัดกุ้งและมันบด


ต่อด้วยการเสริฟจานหลัก เช่นเคย เอกลักษณ์ของคาเธ่ย์ คือการเสริฟจานหลักแบบภัตตาคาร นำเมนูมาวางเรียงกันให้ผู้โดยสารได้เห็นหน้าตาอาหารก่อนตัดสินใจ วันนี้บอกได้เลยว่าน่ากินทุกอย่าง


วันนี้ผมตัดสินใจเลือกเนื้อตุ๋นสไตล์ฮ่องกง กับข้าวหอมมะลิ เพราะว่าอยากกินข้าวมาก ตอนอยู่เซียงไฮ้กินแต่เส้นจนเบื่อแล้ว


ปิดท้ายด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตจากฮาเกนดาส


เอกลักษณ์ของห้องน้ำบน A330-300 ของคาเธ่ย์คือการตกแต่งด้วยเซรามิกสีฟ้าคราม สลับเขียว ผมยังไม่เคยเห็นสายการบินไหนตกแต่งห้องน้ำสไตล์นี้เลย


ถึงจะเป็นไฟลท์สั้นๆ แค่สองชั่วโมงกว่าๆ แต่ผมก็จะขอปรับเตียงนอน จะได้เหยียดตัว เหยียดขาพักผ่อนเต็มที่ พอที่นั่งปรับเป็นเตียงตอนก็จะเป็นแบบนี้


แต่เอาเข้าจริงผมก็ไม่ได้นอนหรอกครับ ปรับให้เหมือนเรานั่งโซฟายาวๆ ที่บ้าน นั่งอ่านแมกกาซีน ดูทีวีไปเรื่อยๆ


ช่วง 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องลง ห้องโดยสารถูกปรับแสงไฟเป็นสีม่วงๆ ให้เหมาะกับเวลาเย็น


กัปตัน: Cabin crew please be seated for landing, thank you.


ถึงสนามบินฮ่องกง ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยภายในเวลาแป๊บเดียว เราก็มาถึงโถงผู้โดยสาร มีเวลาอีกประมาณชั่วโมงครึ่งก่อนไฟลท์ต่อไป เราก็เดินไปที่เลาจน์คาเธ่ย์กัน


เนื่องจากเกทของเราวันนี้อยู่โซน 60-80 อีกแล้ว เลาจน์ที่อยู่ใกล้โซนนี้ที่สุดก็คือ The Pier มากี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ


บรรยากาศเลาจน์ยามเย็น ตอนที่ผมเข้ามาคนยังไม่ค่อยเยอะ แต่พอตอนผมจะออกไป (ประมาณ 4 ทุ่ม) คนเข้ามากันเพียบ เพราะเป็นช่วงพีคที่ผู้โดยสารมาต่อเครื่องไปยุโรป กับอเมริกา เพราะไฟลท์ Long Haul ส่วนใหญ่จะออกกันระหว่าง 5 ทุ่ม ถึงตี 1


ก่อนไปขึ้นเครื่อง มาเติมความสดชื่นด้วย Cathay Delight สมูทตี้ผลไม้รวมผสมมินท์ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของคาเธ่ย์


ระหว่างดื่มสมูทตี้ก็ชมวิวเครื่องบินด้านนอก


จากนั้นเราก็เดินไปที่เกทของเราคืนนี้ เที่ยวบินขากลับไทย CX 709 มีโค้ดแชร์ร่วมกับบางกอกแอร์เวย์ และอเมริกันแอร์ไลน์


ผมขอข้ามรูปที่นั่งไปเลย เพราะว่าเป็นชั้นธุรกิจ A330-300 แบบเดียวกันกับไฟลท์ที่แล้ว แต่เราจะมาดูรายละเอียดอื่นๆ กันบ้าง ดูเหมือนเครื่องลำนี้เพิ่งบินกลับมาจากไทเป หน้าจอยังไม่รีเซ็ทเป็นเส้นทางไฟลท์ไปกรุงเทพฯ


หูฟังลดเสียงรบกวนแบบใหม่ของคาเธ่ย์ เสียงคมชัดดีมาก


Welcome Drink ไฟลท์นี้ผมขอ Cathay Delight อีกแก้ว เสริมวิตามินหลังจากเหนื่อยจากงานที่เซี่ยงไฮ้มา 3 วัน


มาดูอาหารอีกมื้อบนเครื่องกัน จานรองท้องวันนี้เป็นแฮมเย็น กินคู่กับขนมปังกระเทียม และน้ำมันมะกอก


จานหลักผมเลือกเป็นคอดซอสเต้าซี่ กินคู่กับข้าวสวย อร่อยมากๆ


ปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศกรีมฮาเกนดาส รสพีช & ราสเบอรี่


กัปตัน: Cabin crew please be seated for landing.


คาเธ่ย์แปซิฟิกถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเดินทางไปจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี ถึงแม้ต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง แต่สำหรับผมแล้วไม่ได้เป็นเรื่องลำบากมาก เพราะข้อดีคือไฟลท์ในภูมิภาคของคาเธ่ย์มีให้เลือกเยอะมากๆ ถ้าเกิดอะไรขัดข้องจากไฟลท์ที่เราต้องการจะบิน ก็ยังมีไฟลท์ต่อไปที่ใช้เวลารอไม่มาก ขณะที่สนามบินฮ่องกงก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพรียบพร้อม อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่ชางฮีสิงคโปร์ แต่ก็ถือว่าดีกว่าสุวรรณภูมิในความคิดของผม


ส่วนการบริการบนเครื่องของคาเธ่ย์ทำได้ดีมากๆ ทั้งการดูแลเอาใจใส่ผู้โดยสารของลูกเรือ อาหารที่อร่อยทุกเที่ยวบิน และความสบายของที่นั่ง แต่ต้องยอมรับว่าระบบความบันเทิงของเครื่องรุ่นนี้รู้สึกเก่าไปหน่อย แต่ก็ยังถือว่าทำงานดี ตอบสนองต่อการสั่งงานดี


#รีวิวสายการบิน #รีวิวชั้นธุรกิจ #ชั้นธุรกิจ #businessclass #airlinereview #review #damike #damikeco #CathayPacific #livewelltravelled #oneworld #บินกับไมค์ #เที่ยวกับไมค์ #ไมค์พาเที่ยว #ฮ่องกง #เซี่ยงไฮ้ #เซียงไฮ้ต่อไม่รอแล้วนะ

0 ความคิดเห็น
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram