ค้นหา
  • admin

รีวิว: พาชมที่นั่งชั้นธุรกิจใหม่บนโบอิ้ง 787-10 ดรีมไลเนอร์ สิงคโปร์แอร์ไลน์


ที่นั่งชั้นธุรกิจบนโบอิ้ง 787-10 ดรีมไลเนอร์ สิงคโปร์แอร์ไลน์

สิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกของโลกที่ได้รับมอบเครื่องรุ่นโบอิ้ง 787-10 ดรีมไลเนอร์เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้นั่งเครื่องรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับที่นั่งชั้นธุรกิจและชั้นประหยัดแบบใหม่ด้วย


เรามาเช็คอินที่เคาท์เตอร์ K สนามบินสุวรรณภูมิ


สิงคโปร์แอร์ไลน์มีเที่ยวบินตลอดทั้งวัน ดังนั้นเคาท์เตอร์เช็คอินจะเปิดตั้งแต่เช้ายันค่ำ เช็คอินได้ทุกไฟลท์ ทำการเช็คอินโดยเจ้าหน้าที่จากการบินไทย


ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วครับ


หลังจากผ่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เราก็มาที่เลาจน์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ Silver Kris Lounge ตั้งอยู่ระหว่างเกท D7 และ D8

มีคัทเอาท์สิงคโปร์เกิร์ลยืนต้อนรับ


เลาจ์เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน บรรยากาศดูใหม่ ตกแต่งสไตล์ทันสมัย ใช้โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก


โซนที่นั่งพักผ่อน


มุมนิตยสาร หนังสือพิมพ์


วันนี้เราขึ้นเครื่องที่เกท D7 แต่เดี๋ยวก่อน มันมีกระดาษอะไรติดอยู่ตรงนั้น


มันคือประกาศเที่ยวบินดีเลย์ จริงๆ ดีเลย์มาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง ถึงแม้จะเวลาไม่นานมาก แต่สายการบินยังแจ้งลูกค้าให้ทราบ บริการแบบ 5 ดาวเป็นเช่นนี้นี่เอง


พอเดินลงไปก็ประกาศบอร์ดดิ้งพอดี


บรรยากาศภายในห้องโดยสารชั้นธุรกิจ โบอิ้ง 787-10


เบาะตกแต่งโทนสีน้ำตาล ออกแนวเข้มกว่าที่นั่งรุ่นเก่า หมอนขนาดใหญ่ หนุนสบาย และผ้าห่มวางเตรียมไว้ให้พร้อม


ด้านข้างของที่นั่งเป็นป้ายไฟบอกเลขที่นั่ง และช่องข้างๆ กันสามารถแสดงป้าย Do Not Disturb ได้ด้วย


ช่องเก็บรีโมตควบคุมระบบความบันเทิง รุ่นพานาโซนิค eX3


ด้านบนที่เก็บรีโมต เป็นปุ่มควบคุมที่นั่ง ต้องแตะก่อนหนึ่งครั้งให้ไฟติดก่อน ถึงจะกดใช้งานได้


ด้านหน้าสามารถเก็บกระเป๋าใต้ที่วางเท้าได้


ระบบความบันเทิงหน้าจอสัมผัส ใหญ่สะใจ ตอบสนองดีมาก ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์


เส้นทางการบินของเราคืนนี้


ในช่องเก็บของข้างที่นั่งมีหูฟังแบบตัดเสียงรบกวนไว้ให้บริการ ใส่สบาย เสียงนุ่ม


เมนูอาหารเย็นของเราวันนี้ มีให้เลือก 3 อย่าง เมนูไก่เป็นเมนูซิกเนเจอร์จากเชฟออสเตรเลีย ส่วนเมนูเนื้อกับซีฟู้ดเป็นเมนูโหลดจากครัวการบินปกติ


วีดีโอสาธิตความปลอดภัยใหม่ พาเที่ยวสิงคโปร์ใน 5 นาที ชมคลิปเต็มๆ ได้ด้านล่าง



นิตยสาร SilverKris แบบใหม่ ภายในเนื้อหาออกไลฟ์สไตล์มากขึ้น มีความคล้าย Monocle มากๆ ใครมีโอกาสบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ลองหยิบมาอ่านดูได้ครับ เริ่มตั้งแต่ฉบับเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป


ได้เวลาอาหารเย็น ผมเลือกเมนูไก่ เพราะเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของไฟลท์นี้ มีความเป็นเมนูกรูเม่ต์ รสชาติแบบตะวันตกเต็มๆ คิดถึงตอนอยู่อเมริกาเลย ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นยำเส้นหมี่สไตล์ไทย ของหวานเป็นเต้าฮวยฟรุตสลัด


ดูหน้าตาจานหลักกันแบบชัดๆ หน้าตาอาจจะดูจืดๆ แต่รสชาติอร่อยมาก ไก่ยัดใส้มารสชาติหวานอมเปรี้ยว จิ้มกับซอสออกเค็มนิดๆ กินคู่กับข้าวบาเลย์


เริ่มเพลีย มีเวลา 1 ชั่วโมงได้งีบ พอผมปรับที่นั่งจะเตรียมนอน แอร์ก็นำน้ำดื่มมาให้เลย มีความเอาใจใส่ผู้โดยสารมากๆ


ที่นั่งรุ่นใหม่ปรับเอนนอนได้ราบ 180 องศา สบายเหมือนนอนเตียงนอน จะกลิ้งตัวไปซ้ายขวาก็สบาย สามารถปรับที่พักแขนลง เพื่อให้เตียงกว้างขึ้นได้ด้วยครับ


ถึงสิงคโปร์เกือบเที่ยงคืน จากกำหนดการณ์เดิมห้าทุ่มครึ่ง วันนี้เครื่องมาจอดที่อาคาร T3 จากปกติแล้วไฟลท์กรุงเทพฯ จะต้องลงอาคาร T2 แต่ที่ต้องลง T3 เพราะเครื่องลำนี้จะต้องบินไปโอซากาต่อ


รับกระเป๋าสายพาน 46


ผมประทับใจการบริการของสิงคโปร์แอร์ไลน์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้บินเนื่องจากราคาค่าตั๋วค่อนข้างแพงกว่าสายการบินอื่นในภูมิภาค เช่นคาเธ่ย์ และมาเลเซียแอร์ไลน์ ซึ่งผมจะบินกับสองเจ้านี้บ่อยกว่า แต่พักหลังๆ มานี้สิงคโปร์แอร์ไลน์ทำโปรโมชั่นราคาตั๋วถูกใกล้เคียงกับคาเธ่ย์ และถูกกว่าการบินไทยด้วย ดังนั้นหลังจากนี้ผมอาจจะเลือกบินกับสิงคโปร์แอร์ไลน์บ่อยขึ้น


ส่วนภาพรวมบริการเที่ยวบินนี้ผมประทับใจตั้งแต่ตอนเช็คอิน จนถึงตอนก้าวลงจากเครื่อง พนักงานภาคพื้น (พนักงานจากการบินไทย) บริการได้อย่างดีเยี่ยม พนักงานในเลาจน์ก็เอาใจใส่ผู้โดยสารดีมาก ลูกเรือก็บริการอย่างกระฉับกระเฉง สุภาพ เรียบร้อย เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สมแล้วที่เป็นสายการบิน 5 ดาว Skytrax


สำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจแบบใหม่ประทับใจตรงที่ปรับเอนได้ 180 องศา พักผ่อนได้แบบเต็มอิ่ม แต่ติดนิดเดียวตรงบริเวณที่วางเท้าอาจจะแคบไปนิด แล้วก็ขณะที่รับประทานอาหารผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนตัวใหญ่ เวลากางแขนกางขาเลยอาจจะดูอึดอัดเป็นบางเวลา แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจที่นั่งสบายมากๆ


0 ความคิดเห็น
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram